1234 Street Name, City Name, United States
(123) 456-7890 [email protected]

แนะนักท่องเที่ยว ควรปรึกษาแพทย์เรื่องฉีดวัคซีน

จากข้อมูลสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตันประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ระบุว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในสหรัฐปีนี้มีแนวโน้มรุนแรงที่สุด เนื่อจากสถานการณ์เกิดขึนแทบจะพร้อมกันทั้ง 50 รัฐ คาดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ในสหรัฐตลอดช่วงฤดูกาลนี้อาจมากถึง 34 ล้านคน จากจำนวนประชากรทั้งประเทศ 323 ล้านคน

ขณะที่มีรายงานจากการเสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ในเด็กอย่างน้อย 7 คนตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่มจำนวนเด็กที่เสียชีวิตด้วยโรคดังกล่าวเป็นอย่างน้อย 37 คน นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทั่วประเทศสหรัฐอเมริกามีข่าว “ไข้หวัดใหญ่” ระบาดหนักจึงมีข้อแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ต้องการจะเดินทางไปพื้นที่ทีมีการระบาดของโรคควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ก่อนเดินทาง ตลอดการเดินทาง ควระมัดระวังการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ดูแลสุขลักษณะและสุขภาพของตนเองเป็นพิเศษ โดยหลีกเลี่ยงการไปสถานที่แออัดหรือมีผู้คนอยู่จำนวนมากและอากาศถ่ายเทไม่สะดวก ไม่คลุกคลีกับผู้ป่วย ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ ใส่หน้ากากอนามัย หากมีอาการป่วยในขณะอยู่ต่างประเทศหรือกลับมาประเทศไทยแล้วควรรีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคและรับการรักษาทันที สำหรับประเทศไทยสถาการณ์ไข้หวัดใหญ่จากรายงานการเฝ้าระยังของนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคตั้งแต่วันที่ 1-30 มกราคม 2561 ประเทศไทยพบผู้ป่วยแล้ว 8,728 ราย เสียชีวิต 1 ราย ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 3,482 ราย ขณะนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มวันทำงานและกลุ่มวัยรุ่น อายุ 35-44 ปี รองลงมาคือ 25-34 ปี และ 15-24 ปี ภาคเหนือมีผู้ป่วยสูงสุด รองลงมาคือภาคกลาง และภาคใต้ ตามลำดับ โรคไข้หวัดใหญ่ สามารถติดต่อกันได้ง่าย จากการไอหรือจามรดกัน โดยเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จะอยู่ในน้ำมูก น้ำลายหรือเสมหะของผู้ป่วย อาการจะคล้ายไข้หวัด แต่จะมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศรีษะ ปวดเมื่อยเนื้อตัว อ่อนเพลียมาก เจ็บคอ ไป คัดจมูก น้ำมูกไหล เบื่ออาหาร บางรายอาจมีอาการอาเจียนและท้องเสียร่วมด้วย แต่ส่วนใหญ่อาการจะทุเลาลงและหายป่วยเองได้ ภายใน 5 – 7 วัน ยกเว้นบางรายอาจเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนทำให้เกิดปอดบวม มีอาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก และเสียชีวิตได้ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังประจำตัว หรือผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง ควรพบแพทย์ทันที. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth